สศอ. ผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เสริมศักยภาพการแข่งขันอุตสาหกรรมไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายภัทรพล ลิ้มภักดี รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ สศอ. ร่วมทีมกระทรวงอุตสาหกรรมนำโดย นายธนกร วังบุญคงชนะ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวจิรัฐิติกาล จันทราทิพย์ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นางจันทร์จิรา บางเสน อุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี และผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เข้าเยี่ยมชม บริษัท เนแรค อาร์มส อินดัสตรี จำกัด (NARAC ARMS INDUSTRY) อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โรงผลิตชิ้นส่วนกระสุนปืน และกระสุนปืนครบนัดของบริษัทฯ ผลิตกระสุนหลากหลายขนาดตั้งแต่กระสุนสำหรับปืนพก ปืนไรเฟิล จนถึงกระสุนปืนใหญ่ และได้รับมาตรฐานสากล ISO 9001:2008 ปัจจุบัน บริษัทฯ เปิดสายการผลิตยุทโธปกรณ์หลากหลายประเภท อาทิ ปลอกกระสุนปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานขนาด 37 มิลลิเมตร (Type 74 และ Type 76) ปลอกและหัวกระสุนปืน ขนาด .45 นิ้ว ACP ปลอกกระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 มิลลิเมตร กระสุนปืนลูกซองขนาด 12 เกจ และกระสุนปืนพกทุกขนาดที่ได้รับอนุญาต นับเป็นอาวุธและยุทโธปกรณ์คุณภาพสูง มุ่งลดการนำเข้าและเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ
ในปัจจุบัน แนวโน้มการค้าอาวุธขนาดเล็ก (Small Arms and Light Weapons: SALW) ของโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ
10–21 ตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงโลก ขณะที่การส่งออกสินค้าอาวุธขนาดเล็กของไทยในช่วงปี
พ.ศ. 2565–2568 มีมูลค่าเฉลี่ยปีละกว่า 5,680 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และบทบาทของอุตสาหกรรมดังกล่าวต่อระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของไทยและของโลก จึงเป็นโอกาสที่ดีของไทยในการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่ตลาดโลก
โดย สศอ. ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี และการสร้างความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ ผ่านแผนบูรณการอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างความมั่นคงของชาติ
ในปัจจุบัน แนวโน้มการค้าอาวุธขนาดเล็ก (Small Arms and Light Weapons: SALW) ของโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ
10–21 ตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงโลก ขณะที่การส่งออกสินค้าอาวุธขนาดเล็กของไทยในช่วงปี
พ.ศ. 2565–2568 มีมูลค่าเฉลี่ยปีละกว่า 5,680 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และบทบาทของอุตสาหกรรมดังกล่าวต่อระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของไทยและของโลก จึงเป็นโอกาสที่ดีของไทยในการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่ตลาดโลก
โดย สศอ. ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี และการสร้างความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ ผ่านแผนบูรณการอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างความมั่นคงของชาติ


